แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กล้วยไม้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กล้วยไม้ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

คุณภาพของน้ำกับกล้วยไม้




     คุณภาพของน้ำที่เหมาะกับกล้วยไม้มากที่สุดคือน้ำที่ไม่มีความเป็นกรดสูง มีค่า pH ราว ๆ 6.5 หากผมอธิบาย แบบนี้ หลายท่านคงมีปัญหา เพราะคงไม่มีใครซื้อกระดาษลิตมัสเพื่อมาวัดความเป็นกรดเป็นด่างน้ำที่เรารดกล้วย ไม้อยู่ทุกวันเป็นแน่ เอาละตามผมมาทีละนิดทีละน้อย ผมจะพาท่านไปรู้จักกับน้ำที่มีคุณภาพเหมาะกับกล้วยไม้ที่สุด กันครับ
     ในบรรดาน้ำห้วยหนองคลองบึง ประปา น้ำบ่อน้ำบาดาล ไม่มีน้ำได ๆ ในโลกนี้วิเศษสุดเท่ากับน้ำฝนอีกแล้วครับ เนื่องจาก ฝน คือสิ่งที่ธรรมชาติได้คัดสรรค์แล้วว่า สะอาดที่สุด มีแร่ธาตุมากสุด มันจึงเหมาะแก่การเจริญเติบโตของพืชทุกเผ่าพันธุ์ ก่อนที่ฝนจะหยดลงสู่พื้นดิน มันได้ผ่านลมผ่านฟ้ามา ทุก ๆ ครั้งที่เมฆเคลื่อนตัวมันได้หอบธัญญาหารมากมายกับเก็บไว้ในละอองน้ำที่เรียก ว่า เมฆ เมื่อเมฆรวมกลุ่มก้อน เหล่าธัญญาหารอันมีค่าก็จะร่วงหล่นลงมาพร้อม ๆ กับฝนนั่นเอง ด้วยเหตุนี้ ทุกครั้งที่ฝนตก เรามักจะพบว่ามีต้นไม้มากมายงอกเงยออกจากเมล็ดพากันชูช่ออวดทรงในฤดูนี้นั่น เอง แต่บ้านเรา มีฤดูฝนเพียงไม่กี่ช่วง เผลอ ๆ เจอร้อนกับร้อนและร้อนร้อน ฝนทิ้งช่วง บางทีเราแทบไม่มีพื้นที่ที่จะตวงน้ำฝนเก็บไว้เสียด้วยซ้ำ แล้วทำอย่างไรดีละ น้ำประปา คือคำตอบต่อมา น้ำประปาที่ผลิตจากโรงกรองซึ่งรับน้ำดิบจากแม่น้ำ จะได้น้ำที่สะอาดและไม่เป็นภัยกับกล้วยไม้ นอกจากนี้ น้ำที่ใช้โดยตรงจากแม่น้ำที่ไม่มีน้ำเสียเจือปนมากนัก เมื่อกำจัดตะกอนออกไป ( โดยผ่านเครื่องกรอง หรือใช้ สารส้ม) ก็จัดว่าเป็นน้ำที่ได้คุณภาพดีพอที่จะ ใช้เลี้ยงกล้วยไม้ชนิดต่างๆ ได้ งอกงามดี )



จากภาพด้านบน เป็นภาพสามปอยของคุณชิเนนทร ถ่ายไว้สมัยฟิล์มสีแบบดี ๆ ยังไม่เกิดเลยครับ ต้นด้านบน จากภาพซ้าย และภาพขวา เป็นสามปอยต้นเดียวกัน ภาพซ้าย เป็นรูปที่สามปอยต้นนี้ยังอยู่ที่บ้านเพื่อนของคุณชิเนนทร ซึ่งใช้น้ำบาดาลรดทุกวัน สังเกตุต้นนะครับ ลำต้นแคระแกรน ให้ดอกน้อย ดูโทรม ๆ ทั้งนี้เนื่องมาจากน้ำเป็นหินปูนนั่นเองครับ หลังจากนั้นมา เพื่อนคุณชิเนนทรก็ได้มอบต้นนี้ให้กับคุณชิเนนทร โดยคุณชิเนนทรได้ใช้น้ำประปารด น้ำประปาที่สวนของคุณชิเนนทร จะถูกกักไว้ในแท้งน้ำก่อนแล้วจึงนำมารดกล้วยไม้ครับ ทั้งนี้เพื่อกักน้ำให้คอลีนเจือจางลง ผลที่ได้ สามปอยภาพขวา โตขึ้น มีดอกมากขึ้น ช่อยาวขึ้น สมบูรณ์และสวยขึ้นจนกลายเป็น ต้น AM ไปเลยครับ !

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าน้ำที่เราใช้รดน้ำกล้วยไม้ทุกวันนี้ ดีกับกล้วยไม้รึเปล่า ?
      แน่นอนว่า อาจจะเดาได้ยาก เพราะน้ำที่มาจากท่อที่เราใช้ทุกวัน เปิด ๆ ดูมันก็ใส ๆ กันเกือบทั้งนั้น แล้วจะรู้ได้อย่างไรละ ว่ามันเป็นพิษกับกล้วยไม้ของเราไหม .... คำตอบนั้นไม่ยากครับ ให้สังเกตุดังนี้
1. คราบสนิมเหล็ก ลักษณะจะเป็นคราบสีแดงน้ำตาลไหม้ บริเวณถังกักน้ำ
2. สังเกตุบริเวณกระเช้ากล้วยไม้ว่า มีคราบสีขาวไหม หากเป็นคราบที่เกิดจากยา มันจะหลุดได้เองใน 2-3 วันครับแต่หากคราบขาวติดทนนาน สงสัยไว้เลยว่า น้ำเป็นหินปูนครับ
3. หากตักน้ำใส่แก้ว แล้วพบว่ามีตะกอนปะปน แปลว่าน้ำไม่สะอาดพอครับ อาจเป็นตะกอนหินดินทรายก็เป็นได้
4. มีกลิ่น ไม่ว่าฉุนหรือเหม็น ก็ถือว่าเป็นน้ำไม่สะอาดครับ ถ้าเป็นกลิ่นคอรีนยังพอรับได้นะ

ส่วนใหญ่แล้ว น้ำที่มีข้อบกพร่องดังกล่าวนั้นแม้จะผ่านเครื่องกรองแล้วก็ยังเป็นอันตราย ต่อกล้วยไม้อยู่ดี หากยังรดต่อไปมันจะเหมือนกับมะเร็งที่ค่อย ๆ คร่าชีวิตกล้วยไม้ของเราไปครับ ถ้าเป็นน้ำบาดาลที่เจาะลงไปลึกมาก ๆ มักจะพบแร่ธาตุจำพวก แคลเซียมไบคาบอร์เนต ซึ่งแร่ธาตุตัวนี้จะทำให้ฟอสเฟสบางชนิดในรากกล้วยไม้ตกตะกอน ทำให้รากกล้วยไม้ผุง่าย ๆ ได้เลยครับ แต่ก็พอมีทางแก้ ถ้าน้ำเป็นหินปูนมันจะหมายถึงน้ำที่มีแคลเซียมมาก ให้เราใช้ กรดฟอสฟอริก 10 ซีซี ต่อน้ำ 1 ปีบ ทิ้งไว้ประมาณ 3 วัน จึงใช้รดต้นไม้ได้ ถ้าเป็นน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติมีตะกอน ก็ให้หาเครื่องกรองมากรองและกักน้ำไว้ในแท้งก่อนนำน้ำไปใช้ครับ *กรดฟอสฟอริก หาซื้อได้ตามร้านเคมีภัณฑ์ ครับ
ส่วนน้ำที่เป็น กรด เป็นด่าง เอาง่าย ๆ ชิมเลยครับ ถ้าน้ำมันเปรี้ยว เดาว่าเป็นกรด ถ้าน้ำรสฝาด ก็คงเป็นด่าง น้ำที่เป็นกรด แก้โดยใช้ โซเดียมไฮดร็อกไซด์ หรือเรียกง่าย ๆ ว่า โซดาไฟ นำไปแกว่งในน้ำแล้ว ทิ้งไว้สัก 2-3 วันถึงจะนำน้ำมาใช้ได้ครับ
น้ำที่เป็นด่าง แก้โดยใช้กรดไนตริก เทลงน้ำที่กักไว้ แล้วแกว่งให้เข้ากัน อาจต้องใช้กระดาษลิตมัสทดสอบไปด้วย ต้องผสมจนกว่าน้ำจะมีฤทธิ์เป็นกลางครับ
** กรดไนตริกเป็นกรดที่มีพิษที่สามารถทำให้เกิดแผลไฟไหม้อย่างรุนแรง เวลาใช้ให้ระมัดระวังด้วยครับ
** โซเดียมไฮดร็อกซค์ และ กรดไนตริก หาซื้อได้ตามร้านเคมีภัณฑ์ ครับ
อ่านบทความนี้จบ หลายคนคงหนักใจหากเจอปัญหาที่ว่ามา เลี้ยงกล้วยไม้ไม่ได้ง่ายเลยใช่ไหมละครับ แต่หากเราเลี้ยงดูเล่นไม่จริงจังมาก ก็ใช้น้ำที่เรารดทุกวัน แล้วหมั่นบำรุงต้นใส่ปุ๋ยก็เพียงพอแล้วละครับ


credit: http://www.orchidtropical.com/articleid04.php

น้ำกับกล้วยไม้




น้ำ คือสิ่งที่มีมวลประกอบมากที่สุดบนโลก ใบนี้ แน่นอนว่ามันเป็นศูนย์กลางของสิ่งมีชีวิตเลยก็ว่าได้ ในธรรมชาติ เราพบว่ามีแหล่งที่มาของน้ำมากมายไม่เว้นแต่น้ำที่ถูกกลั่นกรองโดยน้ำมือ มนุษย์ แล้วน้ำชนิดไดกันละที่เหมาะสมกับกล้วยไม้มากที่สุด ลองมาดูกันกันครับ

1. น้ำฝน แน่นอนว่าไม่มีใครไม่รู้จักน้ำฝน แหล่งที่มาของมันคือความรู้วิทยา ศาสตร์เบื้องต้นที่เราได้เรียนกันสมัยวัยประถมนั่นเอง ว่ากันว่าน้ำฝนคือสิ่ง มหัศจรรย์ที่สุดที่ธรรมชาติได้สร้างขึ้น แน่นอนมันมีบทบาทต่อกล้วยไม้ อย่างมหาศาล หากคุณเป็นคนช่างสังเกตละก็ ในช่วงฤดูฝนคุณจะพบว่ากล้วยไม้ นั้นเจริญเติบโตได้ดีกว่าฤดูอื่นเป็นไหน ๆ ในช่วงฤดูนี้เองที่รากของกล้วยไม้จะมี เจลใสห่อหุ้มอยู่ ด้วยเจลนี้ มันทำให้ปลายรากของกล้วยไม้เจริญเติบโตได้อย่าง รวดเร็ว ทั้งนี้เป็นเพราะว่าในน้ำฝนมีธาตุในโตรเจนอยู่มาก ทำให้ส่งผลเป็นปัจจัย บวก เกี่ยวกับระบบการดูดซึมและถ่ายเวียน ของเหลว ภายในเซลของพืช โดย เฉพาะพืชอิงอาศัยอย่างกล้วยไม้

     ในอดีตนั้นมักพบว่า บ้านเรือนต่าง ๆ ที่เลี้ยงกล้วยไม้จะใช้น้ำฝนในการรดน้ำกล้วยไม้เป็นหลัก แต่ในเมืองมักพบว่าน้ำฝนมีฤทธิ์เป็นกรดสูงซึ่งมีผลอันตรายต่อกล้วยไม้

2. น้ำท่า คือน้ำ ที่เกิดจากฝนที่ตกลงมา แล้วไหลรวมอยู่ตามแหล่งน้ำใต้ดิน หรือน้ำผิวดิน เช่น แม่น้ำ ลำคลอง ห้วย หนอง บึง อ่างเก็บน้ำ บ่อน้ำ ต่างๆ รวมถึงน้ำประปาด้วยในที่นี้ ถือว่าเป็นน้ำที่มีความสะอาดอยู่พอควร แบ่งย่อยออก ไปได้อีกตามด้านล่างนี้

2.1 น้ำในแม่น้ำ บรรดา แม่น้ำใหญ่ๆ เช่น แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำแคว แม่น้ำโขง และอื่นๆ แม่น้ำต่างๆเหล่านี้ต้นน้ำ และแหล่งที่อยู่ห่างไกลชุมชนย่อมมีความสะอาดปราศจากสิ่งสกปรกเจือปน แต่ความขุ่นของน้ำย่อมมีเป็นธรรมดา เนื่องจาก ตะกอนโคลนตมตามผิวดินที่แม่น่ำไหลผ่าน หากเราจะนำมาใช้ก็ต้องทำให้ตกตะกอนเสียก่อน อาจใช้วิธี กรองแบบต่าง ๆ หรือทิ้งไว้ให้ตกตะกอนก่อนนำมาใช้ หรือแบบโบราณหน่อย ก็ใช้สารส้มแกว่งทิ้งไว้ข้ามคืนแล้ว จึง ค่อยนำมาใช้ สวนใหญ่ที่นำน้ำจาก แม่น้ำมาใช้รดกล้วยไม้ เช่น สวนกล้วยไม้ที่จังหวัด กำแพงเพรช (KPN)เป็นสวน อยู่ใกล้ แม่น้ำปิง เป็นต้น

2.2 น้ำคลอง ถ้าเป็นคลองใหญ่ๆ ที่ไม่มีความสกปรก หรืออยู่ใกล้แหล่งโรงงานที่ระบายน้ำเสียลงคลอง ก็ไม่มีปัญหา อะไร การปฏิบัติ ก็กรองก่อน เหมือนการใช้น้ำจากแม่น้ำ
     สำรับผู้ปลูกเลี้ยงที่อยู่ในกรุงเทพ ชั้นนอก ที่เป็นแหล่งปลูกกล้วยไม้ มากมาย เช่นที่ เขต ภาษีเจริญ ตลิ่งชัน หนองแขม ราษฏร์บรูณะ และบางขุนเทียน ที่เคยใช้น้ำจากคลอง ภาษีเจริญ คลองบางกอกน้อย คลอง บางหลวง คลองราชมนตรี คลองทวีวัฒนา และคลองซอยเล็กๆที่แยกจากคลองใหญ่เหล่านี้ ที่กล่าวมาหลายแหล่งใช้รด กล้วยไม้ไม่ได้แล้ว เพราะมีของเสียจากโรงงาน และชุมชนที่หนาแน่นขึ้น

2.3น้ำบ่อ ตามธรรมชาติ หรือ บ่อขุด บางแห่งน้ำนั้นอาจดูใสดี แต่ อาจมีตะกอน สนิมเหล็ก เจือปนในน้ำ วิธีสังเกตุคือดูบริเวณขอบบ่อ จะมีคราบตะกอนสีสนิมอม ส้ม หรือใช้วิธีตักนำใส่ขวดหรือแก้วทิ้งไว้ ไม่นานหากพบเยื่อบางๆ สีน้ำตาลอมส้ม แสดงว่ามีสนิมเหล็กเจือปนในแหล่งน้ำ น้ำลักษณะนี้แก้ไขยาก หรืออาจแก้ไม่ได้ เลย ไม่เหมาะที่จะนำมารดกล้วยไม้ น้ำบ่อ บางแห่งนอกจากสนิมเหล็ก แล้ว อาจมี หินปูนซึ่ง เป็นตะกอน ของแคลเซียม ที่เจอปนอยู่ในแหล่งน้ำบางแหล่ง พบมาก ทาง ภาคเหนือที่มีแหล่งน้ำใต้ดินไหลผ่านชั้นหินปูนตามเทือกเขาบางแห่ง น้ำที่มีหินปูนจะสังเกตุ เห็นคราบตระกรันหินปูนสีขาวขุ่นๆ จับตามขอบบ่อหรือ ภาชนะ และอาจมีฝ้าขาวๆลอยที่ผิวหน้าของน้ำเป็นทั้งน้ำหินปูนและ

น้ำสนิมเหล็กเป็นตัวการอันตรายที่ทำให้กล้วยไม้ทรุดโทรม และตายไปในที่สุดแหล่งน้ำแบบนี้ แม้ จะผ่านระบบกรอง ก็ยังอาจมีปัญหากับกล้วยไม้ได้ จึงไม่แนะนำให้ใช้แหล่งน้ำแบบนี้ กับกล้วยไม้

2.4 น้ำประปา เป็นแหล่งน้ำที่มีคุณภาพดีรองมาจากน้ำฝน มีมาจากแหล่งใหญ่ ๆ ๒ แหล่ง คือประปาที่มาจากน้ำผิว ดิน เช่นเม่น้ำ อ่างเก็บน้ำ และประปาที่มาจากน้ำบาดาล ถ้าเป็น น้ำประปาบาดาล ให้ระวังเรื่องน้ำสนิมเหล็ก กับหินปูน เพราะถึงแม้จะเจือปนเป็นปริมาณน้อย ก็ยังก็ให้ เกิดผลกับกล้วยไม้ได้อยู่ดี สำรับเรื่องคลอรีนมีหลายคนกังวลว่าจะเป็นอันตรายกับกล้วยไม้ ไม่ต้องเป็นกังวลมาก ครับ เพราะสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่เราใช้ฉีดพ้นกล้วยไม้บางชนิดยังมีคลอรีนผสมอยู่มากกว่าน้ำประปาเสียอีก ข้อแนะนำเมื่อจะใช้น้ำประปารดกล้วยไม้ เพียงตวงน้ำประปาพักทิ้งไว้ในภาชนะขนาดใหญ่ รอข้ามวันข้ามคืน จนคลอรีนระเหยออกไปจนน้ำไม่มีกลิ่นคลอรีนแล้ว จึงนำมาใช้รดกล้วยไม้ได้แล้วครับ

credit: http://www.orchidtropical.com/articleid04.php